บทที่ 58
บ๗ที่ 58
สระผมเสร็จ เซี่ยหลิงหลิงถือไดร์มาเป่าผมให้เขา เธอเปิดลมร้อน ค่อยๆเป่าไปที่ผมของเฉิงรุ่ย ผมของเฉิงรุ่ยดูยุ่งเหยิงและหยิกหยอง เส้นผมสีเงาดำนั้นหากมองด้วยสายตาแล้วก็ดูนุ่มลื่นดี แต่เมื่อจับไปแล้วจริงๆกลับทั้งแข็งทั้งกระด้าง เซี่ยหลิงหลิงทำเหมือนกำลังถางทุ่งเข้าโพดสางไปสางมา เพื่อให้ผมแห้งไวขึ้น
เสียงของเฉิงรุ่ยเบามาก : “ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?”
เสียงของไดร์เป่าผมค่อนข้างดัง เซี่ยหลิงหลิงตอบ : “อะไรอะไร? นายพูดดังหน่อยสิ”
“ทำไมรู้สึกว่ามันแย่มาก”
“ปัก”
สายปลั๊กของไดร์เป่าผมค่อนข้างสั้น ถูกเซี่ยหลิงหลิงใช้แรงดึงเพียงนิดเดียวเต้าเสียบก็หลุดออกมาจากเต้ารับ เมื่อกี๊ยังเสียงดังฟู่ๆอยู่แต่ก็เงียบลงมาในทันใด ก็บังเอิญได้ยินคำนั้นจากเฉิงรุ่ยพอดิบพอดี
เซี่ยหลิงหลิงนึกอยู่สักพัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ เฉิงรุ่ยน่าจะพูดถึงเรื่องในโรงพยาบาลวันนั้น
ต้องบอกเลยว่าหมอนี่มีการตอบสนองที่ยาวนานมาก ผ่านไปตั้งสองวันแล้ว แต่ก็ยังจะถามเรื่องนี้ออกมาได้อีก เซี่ยหลิงหลิงนับถือเขาเลยจริงๆ
ผมเริ่มแห้งพอสมควรแล้ว เซี่ยหลิงหลิงขยี้หัวเน่าๆของเขา เธอเก็บสายไฟของไดร์เป่าผมจนเรียบร้อย
“ฉันเข้าใจนาย ผู้ชายมักจะรักศักดิ์ศรี แม้จะเป็นแค่เรื่องสมมติแต่ก็เก็บมาใส่ใจ......ประมาณนั้น เหตุผลมันก็ง่ายๆเลย เพราะว่าพวกเราไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกัน ถ้ามีความรู้สึกต่อกันมันก็จะแย่มากๆเลย”
เทียบกันแล้ว เซี่ยหลิงหลิงรู้สึกกับเฉิงรุ่ยเหมือนเป็นเพื่อน , ญาติ คนพิเศษที่สามารถไว้ใจได้
แต่เซี่ยหลิงหลิงเองก็มีเหตุผล ในด้านของความรู้สึก เธอรู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองดี เพื่อเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องมาเจ็บโดยที่ไม่จำเป็น
เธอยับยั้งชั่งใจตัวเองอย่างดี พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เธอเชื่อว่าเฉิงรุ่ยเองก็เป็นเหมือนกัน เฉิงรุ่ยขาดที่พึ่งพิงทางด้านความรู้สึก ถึงได้ให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ ในชีวิตของเขาต้องพบเจอกับผู้หญิงค่อนข้างน้อย ถึงได้คิดว่าการมีตัวตนของเธอนั้นมีความพิเศษ
หากเฉิงรุ่ยได้เปลี่ยนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ก็จะสามารถรับรู้ได้ว่าเธอมีอะไรที่คู่ควรพอให้เขาพึ่งพิงได้บ้าง
เซี่ยหลิงหลิงคิดแบบนั้นมาตลอด
หากพูดถึงเรื่องฝีมือการทำอาหาร คนที่ทำอาหารเก่งกว่าเธอมีเยอะแยะไป เรื่องวาดรูป ก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าไม่มีใครจะมาแทนที่เธอได้ บริษัทเจียเซิ่งใหญ่โตขนาดนั้น หากต้องการเฟ้นหาศิลปินฝีมือขั้นเทพสักคนมาร่วมงานก็คงจะง่ายเหมือนพลิกมือ พูดถึงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกก็ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่ ผิวพรรณยังดีไม่เท่าเฉิงรุ่ยเลยด้วยซ้ำ หากเขาต้องการ ผู้หญิงดีๆมากมายพร้อมจะต่อคิวมารอเขาอยู่แล้ว
เธอนิสัยไม่ดี ไม่ชอบอ่อนข้อหรือยอมใคร แถมยังคอยแยกเขี้ยวข่มเฉิงรุ่ยตลอด โชคดีที่เฉิงรุ่ยเป็นคนใจเย็น นิสัยเสียๆมีเยอะแยะแบบนี้ เฉิงรุ่ยจะรู้สึกชอบเธอก็บ้าแล้วล่ะ
แม้ว่าเซี่ยหลิงหลิงจะชอบล้อเลียนว่าผู้ชายอย่างเฉิงรุ่ยยังจะมีผู้หญิงมาอาลัยอาวรณ์หา แต่ภายในใจเธอรู้ดี ความเพอร์เฟคของเฉิงรุ่ยไม่มีวันจะถูกครอบครองโดยผู้หญิงธรรมดาๆแบบเธอได้หรอก
เพราะงั้น เห็นแก่ตัวตั้งแต่ต้นจนจบ อาจจะมีบางทีที่เผลอเธอกับใบหน้าหล่อเหลานั้นไปบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเฉิงรุ่ยเลย
“อย่าไปคิดอะไรมากเลยคุณบอสเฉิง ถ้าเจอผู้หญิงสักคนที่โอเคก็รีบลงมือเลย นายเองก็ไม่ได้อายุน้อยๆแล้วนะ” เซี่ยหลิงหลิงเก็บไดร์เข้าไปในลิ้นชัก “ฉันมาคอยลำบากนายอยู่แบบนี้ตลอดก็ใช่เรื่อง ถูกมั้ย?”
เฉิงรุ่ยเงียบไปนาน
“ไม่ถูก”
เซี่ยหลิงหลิงเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว ฟังไม่ค่อยชัด เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับไป : “นายว่าไงนะ?”
“ฉันบอกว่า......”
“กริ๊งกริ๊ง......”
เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของเฉิงรุ่ย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เป็นสายจากถูหนาน แล้วก็กดรับ
“บอสครับ มันปล่อยข่าวเสียหายของพี่สะใภ้ครับ ผมลองเข้าไปเช็คดู น่าจะมาจากบริษัทรุ่ยฟาง ตอนนี้กำลังพยายามจัดการอยู่ บอสอย่าพึ่งให้พี่สะใภ้เข้าเน็ตนะครับ เธอเห็นแล้วต้องไม่พอใจแน่ๆ”
แน่นอนว่า เฉิงรุ่ยไม่เข้าไปดูด้วยก็จะดีเหมือนกัน
ข่าวลือต่างๆนาๆถูกแพร่กระจายบนโซเชียล อดีตเพื่อนในกลุ่มเดียวกันของเธอก็ต่างพากันออกมายืนยันถึงชีวิตส่วนตัวในอดีตของเธอ แต่งงานแล้วก็ยังออกมาเที่ยวเตร็ดเตร่ไปทั่ว บอสใหญ่ของบริษัทเจียเซิ่งถูกสวมเขาแต่ไม่รู้ตัว ช่างโง่เขลาจนถึงขั้นสุดจริงๆ
แนบมาพร้อมกับรูปภาพตัดต่อที่ดูสมจริงมากๆ แม้กระทั่งถูหนานเองก็ดูตกใจมากในตอนแรกที่เห็น คิดว่าพี่สะใภ้ทำเรื่องแบบนั้นมาจริงๆ
น้ำเสียงของเฉิงรุ่ยเรียบเฉยมาก : “ฉันเข้าใจแล้ว”
พูดจบ ก็ตัดสายทิ้ง
เซี่ยหลิงหลิงถาม : “อะไรเหรอ?” เธอดูออกว่าเฉิงรุ่ยดูไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
เฉิงรุ่ยลุกขึ้นยืน กดไหล่ของเซี่ยหลิงหลิงให้นั่งลงบนโซฟา เขากดโทรศัพท์ตัวเองสองสามที จนเมื่อยื่นให้เซี่ยหลิงหลิงดู หน้าจอก็ปรากฏขึ้นเป็นเกมส์ diminishing
เซี่ยหลิงหลิงงงไปเล็กน้อย : “อะไรอ่ะ??”
“เล่นไปยี่สิบด่าน”
เซี่ยหลิงหลิง : “ ? ? ? ”
เฉิงรุ่ยใช้มือข้างนึงล้วงกระเป๋า หยิบมือถือของเซี่ยหลิงหลิงขึ้นมา : “ห้ามโกง”
ตลกน่า เกมส์ diminishing สำหรับเด็กสามขวบแบบนี้อ่ะนะ ยี่สิบด่านไม่ได้ผ่านกันง่ายๆเลยนะ
เฉิงรุ่ยพกมือถือของเธอเดินเข้าห้องไป เซี่ยหลิงหลิงไม่เคยกังวลเลยว่าเฉิงรุ่ยจะแอบเช็คมือถือของเธอ ก่อนจะหันไปเล่นเกมส์อย่างเอาจริงเอาจังขึ้นมา เธอจะมายอมให้เฉิงรุ่ยดูถูกเพราะเกมส์แบบนี้ได้ยังไง?
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เซี่ยหลิงหลิง : “นี่ฉันคงจะอายุเพียงแค่ขวบครึ่งล่ะมั้ง”